มันกำลังจะกลับมา

posted on 21 Mar 2012 18:23 by prince-zatan
 
 
 
 
 
 
...นายปอมกำลังจะกลับมา...ในอีกไม่กี่วันนี้หล่ะ 555

ผม...กำลังสับสน

posted on 21 May 2011 02:05 by prince-zatan


P : ก่อนอื่นที่เราจะเข้าประเด็นสำหรับเอนทรี่นี้ทางกระผมขอใคร่เกริ่นเรื่องอะไรไว้เล็ก ๆ น้อย ๆ
ก่อนแล้วกัน
Z : อย่ามาลีลาให้ยุ่งยาก จะพูดอะไรก็รีบ ๆ พูดมา
P : Yes Sir !!!
 

อันจะกล่าวบทไป ฟังทางนี้กันหน่อย ว่าด้วยเรื่องของปี 2012 หรือว่าง่าย ๆ 
วันโลกแตกครับ แต่แน่นอนผมไม่ได้มาพูดถึงวันโลกแตกของปี 2012 หรอก
เพราะมันมีเวลาให้เราได้พิสูจน์กันอีก 1 ปี แล้วเราค่อยมาดูกันครับ
ว่าปีหน้า...โลกจะแตกจริง ๆ รึเปล่า...แหม มันช่างน่าสนุกอะไรอย่างนี้นะ หึหึหึ
 
แต่เพราะว่าปี 2012 นั่นยังอีกยาวไกล เลยมีบางคนที่พยายามตีความหรือจะถอดความอะไรก็ช่างเหอะ มาบอกกล่าวให้มนุษยชาติทั้งหลาย ได้ซ้อมวันโลกแตกกันก่อน

...ใช่แล้วครับ มีคนพูดกันว่า วันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ.2554 (หรือ ปีค.ศ.2011 นั่นหล่ะ)
 เป็นวันโลกแตกครับ...

//เหลือบไปมองดูนาฬิกา

P : ฉิบหาย !!! นี่มันก็วันที่ 21 แล้วนี่หว่า !!! ตายล่ะ...โลกจะแตกแบ้วววววว
Z : อย่าบ้าให้มากความ เค้าหมายถึงทางฝั่งอเมริกานู่น ถ้าตามเวลาไทยน่ะ...มันต้องเป็นวันที่ 22 ว่ะ

เอ๋ !? หรือว่า...การที่โลกแตก มันจะเหมือนเป็นการเล่นเวฟ ไล่แตกจากซีกโลกฝั่งเราก่อน
แล้วค่อยลามไปเรื่อย ๆ จนไปถึงอีกซีก

...โอ้วววว ก็อด !!!...

และในสุดท้าย ผมไม่อยากพูดอะไรมากครับ ขอทิ้งแค่รูปน่ารัก ๆ ให้คนที่เข้ามาในบล็อคของผมได้ดูกัน ก่อนที่เราจะเข้าประเด็นของเอนทรี่นี้ต่อไปนะครับ
 
 
Photobucket


ปล.เอาเหอะน่า จะมองว่าผมขวางโลกก็ได้ แต่อย่างน้อย ๆ ผมก็ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข
ตราบจนลมหายใจสุดท้าย ดีกว่าต้องมีชีวิตอยู่อย่างหวาดกลัวจากสิ่งที่มันยังไม่เกิด
 
ปล2.จริง ๆ ผมเป็นคนที่ทำนายอะไรได้แม่นมากเลยนะครับ ไม่เชื่อผมจะลองทำนายดูแล้วกัน
ผมขอทำนายว่า 'พรุ่งนี้จะมีฝนตก เหงื่อจะออก คนจะกระพริบตา' ครับ
 
ปล3.ผมทำนายได้แม่นจริง ๆ นะครับ เพียงแต่ผมไม่ได้เจาะจงว่า 'ฝนจะตกที่ไหน เหงื่อใครจะออกบ้าง' 555


...


..

.


เอาล่ะครับ ผมขอกลับเข้าประเด็นหลักของเอนทรี่นี้เลยแล้วกันนะครับ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาจริง ๆ แล้ว เนื้อหาของเอนทรี่นี้ จะมีความเกี่ยวข้องสืบเนื่องมาจากเอนทรี่ที่แล้วหรือว่าง่าย ๆ ก็คือ...เอนทรี่ภาคต่อนี่เองล่ะครับ 555

P : ขอบอกตามตรงนะครับ สองเอนทรี่ที่ว่า ผมได้เคยเอาลงเฟซบุ้คไปนานมากแล้ว คั่ก ๆ
แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยจะได้อัพ กลัวบล็อคมันจะเค็มเกินไป เลยเอาของเก่า (จากที่อื่น) มาเล่าใหม่ (ที่นี้) แทน
Z : ขี้เกียจชัด ๆ
P : อย่าไปสนใจนายบ้าข้างบนเลย เราไปพบกับเนื้อหาของเอนทรี่นี้กันเลยดีกว่า



Photobucket



...ผมกำลังสับสน... 
 
 
ผมไม่แน่ใจในตัวเอง และผมก็เชื่อว่าทุกคนก็น่าจะเคยเป็น
ผมเป็นผู้ชายที่กำลังใส่หน้ากาก ใช่...ผมกำลังใส่หน้ากากเข้าหาคนอื่น 
 
...เพราะอะไร?... 
 
เพราะผมเป็น 'ผู้ชาย' ไงล่ะครับ
ผมจึงไม่อยากให้ใครเห็นสีหน้าและน้ำตาที่มีผมจึงเลือกที่จะใส่หน้ากาก
เพื่อปกปิดสีหน้าที่เศร้าหมองและน้ำตาที่กำลังรินไหลออกมา 
 
...แต่ผมก็กำลังสับสน... 
 
เพราะในตอนนี้ ผมเริ่มจะไม่แน่ใจตัวเองว่าตอนนี้...ที่ผมกำลังยิ้ม มันเป็นรอยยิ้มของหน้ากาก
หรือรอยยิ้มจากสีหน้าปกติของผมกันแน่
ผมยิ้มได้...เพราะหน้ากากผมยิ้ม หรือเพราะผมยิ้มออกมาจากใจจริงกันแน่ 
 
...หรือเพราะผมใส่หน้ากากไว้นานเกินไป จนผมแยกแยะไม่ออก...
...หรือเพราะผมใส่หน้ากากไว้นานเกินไป จนหน้าของผมมันยิ้มไปเอง โดยที่หัวใจผมมันไม่ได้ยิ้มด้วยเลย?...  
 
 
...  
 
 
..  
 
 
.  
 
 
...ผมเลยสับสนในตัวเอง...

ผู้ชายใส่หน้ากาก

posted on 16 May 2011 23:14 by prince-zatan
 
 
ฟู่ !!!

หายไปนานนะครับ
//แกนั่นหล่ะที่หายไปนาน !!!

แฮะ ๆ ที่หายไปนาน หากจะถามถึงสาเหตุ ผมก็ไม่ขอบอกดีกว่า
//แล้วจะพูดทำไม !?

เออ...นั่นสิ แล้วจะพูดกันทำไมนะเรา
//ถ้าไม่มีอะไรจะพูด ก็ไปนอนไป๊ !
 
เดี๋ยว ๆ สิ เรื่องพูดน่ะ มีอยู่แล้ว 
 
 
จริง ๆ เอนทรี่นี้ ผมตั้งใจไว้ว่าจะเป็น 'เอนทรี่โหลดโหด'แต่พอมานั่งนับ ๆ ดู มันโหลดโหดเกินไป (แค่รูป 70 กว่ารูปเอ๊งงงง)
ผมเลยตัดสินใจ ตัดแบ่งลงทีละพาร์ท ๆ ดีกว่าเนอะ

...ซึ่งขอยกไปเป็นเอนทรี่หน้าแล้วกันนะครับ...

เอาเป็นว่าเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาอันมีค่า...เราก็เข้าประเด็นกันเลยดีกว่าเนอะ
 
 
 
 






...คนอื่นมองผมว่าเป็นคนไม่จริงจัง เสแสร้ง แกล้งทำ...
ทั้ง ๆ ที่พวกเขาไม่เคยคิดที่จะเข้ามาถามผมซักคำ แม้แต่น้อย...ว่าที่ผมทำ เพราะอะไร?  
 
 
ผมใช้ชีวิตโดยที่ปกปิดสีหน้าที่แท้จริงเอาไว้
ภายนอก...สำหรับคนรอบข้างผม อาจจะมองเห็นว่าผมกำลังยิ้มแย้มอยู่ตลอดเวลา
เพียงแต่หากเป็นใครซะคน ที่เข้าใจผมได้ดีจริง ๆ จะรู้ได้เลยว่า...นั่นมันไม่ใช่ผมในตอนนี้  
อีกสีหน้าหนึ่งของผม...ผมกำลังร้องไห้ ผมกำลังเสียใจ
แต่ผมไม่สามารถแสดงมันออกมาให้คนอื่นเห็นได้
จะมีทางไหนบ้างล่ะ?...ผมถามกับตัวเองในใจ  
ผมใช้เวลานั่งครุ่นคิดกับตัวเอง อยู่ในห้องมืด ๆ ที่มีเพียงควันบางเบาลอยอยู่เป็นเพื่อน
คิดแล้วคิดอีก คิดแล้วคิดอีก คิดแล้วคิดอีก...ผมนั่งอยู่แบบนี้ โดยที่เวลาได้ผ่านไปเรื่อย ๆ
จนในที่สุด...ผมก็หาวิธีที่ไม่ต้องแสดงสีหน้า แววตา และความรู้สึกที่แท้จริง    
 
 
...  
 
 
..   
 
 
.    
 
 
...ผมหยิบหน้ากากขึ้นมาใส่...
...มันเป็นหน้ากากยิ้ม...
...และผมเชื่อว่า ทุก ๆ คนเมื่อเห็นมัน ก็จะยิ้มตามหน้ากากที่ผมใส่...
...แต่ผมจะยิ้มไปกับมันจริงรึเปล่าน่ะเหรอ? จะเสียเวลาคิดไปทำไม คงไม่มีใครสนใจในจุดนี้หรอก...
...ผมก็ได้แต่หวังว่า มันจะมีสักวัน วันที่ผมสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้โดยที่แสดงถึงสีหน้าที่แท้จริง...โดยไม่ต้องใช้หน้ากากอันนี้...
 
 
Photobucket
 
 
 
...เพราะเป็นผู้ชายใส่หน้ากาก...
...จึงไม่สามารถให้ผู้อื่นเห็นน้ำตาและสีหน้าที่แท้จริงภายใต้หน้ากากได้...

คิดจะปากหมา...คิดถึงซาตาน

posted on 11 Mar 2011 01:56 by prince-zatan
 
 
 
...ชื่อเอนทรี่เหมือนโฆษณาอะไรซักอย่างเลยแฮะ...
 
 
 
แต่เอาจริง ๆ นายปอมไม่ได้ชั่วร้ายนะครับ
เพียงแค่ชอบมีคนใกล้ตัวบ่น ๆ ให้ฟังเสมอ
ว่าเวลาเห็นผมยิ้มกรุ้มกริ้มทีไร มักจะมีความคิดอะไรแผลง ๆ หลุดออกมาจากปากทุกที
 
(เอ่อ...เห็นกรูวิปริตขนาดนั้นเชียว?)
 
แต่ก็อย่างว่าน่ะนะครับ ผมเองก็เป็นคนชอบทำอะไรแผลง ๆ
อะไรที่ชาวบ้านเค้าไม่คิดจะทำกัน ไม่กล้าทำกัน...ผมก็ทำมัน
ยกตัวอย่างง่าย ๆ แล้วกันเนอะ
 
 
ไม่ว่าจะเป็น...เด็กเก็บขวดเอย
 
 
Photobucket
 
หรือจะเป็น...พ่อมดเอย
 
 
Photobucket
 
หรือจะ...ขึ้นไปบนภูแล้วให้เพื่อนถีบ
 
 
Photobucket
 
หรือจะ...ไปนอนเป็นลิงตากแห้ง
 
 
Photobucket
 
 
หรือจะเป็น...แก๊งค์เด็กแว้นซ้อนสาม
 
 
Photobucket
 
 
 
แต่เหนือสิ่งอื่นใดแล้ว...ในบรรดาหลาย ๆ สิ่งที่เพื่อนผมต่างให้คำนิยามถึงตัวตนผมมากที่สุด
คงจะหนีไม่พ้น...
 
'ไอ้ปอมน่ะ ปากหมาชิบหาย'
 
'แม่งโคตรกวน **ติ๊ด** เลย'
 
ยังไงก็ตาม เพื่อน ๆ ผมต่างก็บอกว่า...ขอให้นายปอม รักษาสภาพปากหมา กวน **ติ๊ด** เช่นนี้เอาไว้
ให้เหมือนมหาสมุทรที่ยังคงรักษาความเค็ม
 
นายปอมขอให้สัตย์สัญญาว่า...ผม !!! นายปอม จะกวน **ติ๊ด** พวกมึง จะปากหมาพวกมันไปเรื่อย ๆ
จนกว่าจะแก่ จนกว่าจะไม่มีแรงกวน จนกว่าจะไม่มีแรงที่จะพูด
 
 
คั่ก ๆ ๆ ๆ

กลางวันฝัน...กลางคืนตื่น

posted on 04 Mar 2011 21:03 by prince-zatan
 
...ผมนั่งนิ่ง ๆ อยู่บนเตียง...
...หันไปนอกหน้าต่าง มีเพียงท้องฟ้าสีดำที่แต่งเติมไปด้วยจุดเล็ก ๆ ของแสงดาว...
 
...ไร้สรรพเสียง...
...ไร้ผู้คน...
...และไร้ความคิด...
 
...ผมยังคงนั่ง นั่ง และนั่งอยู่ตรงนี้มาตลอด...
...ผมนั่งและคิด คิดถึงเหตุผลและสาเหตุนานานัปประการ...
 
...เพราะอะไรมันถึงมีวันนี้...
...เพราะอะไรผมถึงนั่งอยู่แบบนี้...
...และ...เพราะอะไร ผมถึงอยู่ตัวคนเดียวแบบนี้...
 
...วันนี้เธอจากผมไป...
 
...อ่า...แสงแรกของวันมาถึงแล้ว มันคงจะถึงเวลาแล้วสินะ...
...เวลาที่ผมควรที่จะล้มตัวลงนอน และลืมเรื่องราวอันโหดร้ายที่เกิดขึ้นไป...
 
 
...หลายเดือนที่ผ่านมา ผมทำแบบนี้มาตลอด...
...แต่คืนนี้มันดูแปลกไป...
...ผมเริ่มที่จะเดินออกไปข้างนอก พบเจอกับผู้คนอีกมากมาย ที่หลงใหลในบรรยากาศของค่ำคืน...
...ผมพบเจอเพื่อนใหม่มากมาย แม้จะเป็นเพียงเหมือนสายลมที่พัดผ่านมาชั่ววูบหนึ่ง...
...แต่มันก็ทำให้ผมรู้ว่า...บนโลกนี้ ยังมีอีกหลายคนนัก ที่เป็นเหมือนผม...
 
...จนค่ำคืนหนึ่ง ผมได้เจอเธอ...
...เธอคนนี้ เหมือนเข้ามาช่วยเติมเต็มในใจผม...
...ผมรู้จักกับเธอมานานมาก...
...ผมจำได้ถึงวันแรกที่เจอเธอ ผมชอบเธอ แต่เธอกลับบอกผมว่า...ผมเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด...
 
...แต่คืนนี้ คำพูดมากมาย ความรู้สึกต่าง ๆ ได้พรั่งพรูออกมาจากปากเธอ...
...เธอตัดพ้อกับผม เธอชอบผม แต่ผมไม่เคยมองมาที่เธอเลย...
...ผมเองก็อยากจะพูดแบบนั้นกับเธอ...
...แต่ผมนิ่งไป...
 
...คืนนั้น ผมใช้เวลาทั้งคืนที่จะนั่งตัดสินใจ...
...และค้นหาคำตอบของหัวใจของผม...
...คนเก่า...ผมยังคิดถึงคนึงหาเธออยู่...
...แต่ก็ถึงเวลาแล้วมิใช่หรือ? ที่ผมจะต้องเดินออกไปจากสถานการณ์เช่นนี้...
...ผมไม่อยากเศร้า ไม่อยากจมอยู่กับความเสียใจอีกแล้ว...
...ผมอยากเจอแสงสว่าง...
 
 
...และเธอก็เป็นแสงสว่าง ที่สาดส่องเข้ามาให้ผมมีแรงก้าวเดินต่อไป...
 
 
...และจากนี้ไป เธอจะเป็นคนสุดท้ายที่ผมเห็นก่อนนอน และเป็นคนแรกที่ผมพบตอนเช้า...
 
 
 
...แด่เธอคนนั้น ที่กล้าพูดความจริงกับผม และเดินจากผมไป...
...แด่เพื่อนสาวที่ผมรักมากที่สุด...
...และ...แด่ความรักของสองเรา ที่จะสร้างมันขึ้นมา...
 
 
 
 
//หายไปนานครับ ไม่ได้ไปไหน แต่แค่เกิดเรื่องราวต่าง ๆ มากมายขึ้น
ล้วนแต่ทำให้เสียใจ เศร้าใจ แต่ก็ผ่านมันมาได้แล้วครับ 555